คุรุสภาในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี
Khurusapha in Prachinburi Provincial Education Office
 
ปฏิทินกิจกรรม
  ก่อนหน้า มิถุนายน 2563 ก่อนหน้า  ถัดไป
  • อา
  • พฤ
  •  
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16
  • 17
  • 18
  • 19
  • 20
  • 21
  • 22
  • 23
  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
 
ชำระเงินต่ออายุใบอนุญาตฯ
ตรวจสอบสถานะ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
PROGRAM KSP BUNDIT
 

ข่าวสารและกิจกรรม

คุรุสภากำหนดยื่นแบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือครูอาวุโส ประจำปี 2563 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563

เมื่อ : 2020-05-20 15:43:53 อ่าน : 36

          ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการครุสภา โดยมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่เกษียณอายุงานในปี พ.ศ. 2563 (30 กันยายน 2563) ยื่นแบบคำขอเพื่อรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือครูอาวุโส ประจำปี 2563 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์

          ผู้มีสิทธิยื่นแบบคำขอฯ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) เป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ที่ได้รับสิทธิประโยชน์อยู่ก่อนพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ใช้บังคับ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 2) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู หรือผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ จนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ 3) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู หรือผู้บริหารสถานศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ ที่ได้รับเงินเดือนประจำ และมีระยะเวลาประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี กรณีเป็นผู้บริหารการศึกษา ต้องเคยเป็นครู หรือผู้บริหารสถานศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ มาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี และระยะเวลาในการประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี (กรณีผู้ที่อายุครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2562 ให้นับถึงวันที่ 30 กันยายน 2562) ทั้งนี้ ไม่นับรวมเวลาราชการทวีคูณ และ 4) มีประวัติชีวิตการงานดีตลอดมา มีความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดี ตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ หรือจารีตของครู ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินแล้วก็ตาม

          เอกสารประกอบการพิจารณาขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกอบด้วย 1) แบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ (มอ.1) เสนอผู้บังคับบัญชาลงนามรับรอง 2) รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป 3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 4) สำเนาทะเบียนประวัติ (ก.พ.7) หรือสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ (กคศ.16) หรือสำเนาสมุดประวัติการเป็นครู ตามหน่วยงานที่เคยสังกัดอยู่ทุกสังกัด (ให้รับรองสำเนาทุกหน้า โดยนักทรัพยากรบุคคล หรือผู้รับผิดชอบการจัดทำทะเบียนประวัติ)

          ในกรณีหลักฐานการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไม่ครบ 30 ปี ถ้าเคยทำการสอนสังกัดอื่น จะต้องให้หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด (เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือผู้อำนวยการกองทะเบียน หรือศึกษาธิการจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด แล้วแต่กรณี) ออกหนังสือรับรองว่าเคยปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานศึกษานั้น ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงวันสิ้นสุด ณ วัน เดือน ปี ใด สำหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่โรงเรียนเอกชนในปัจจุบัน ต้องแนบสำเนาสมุดประวัติการเป็นครู และให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ออกหนังสือรับรองว่ายังทำการสอนอยู่ และจะจำหน่ายออกเมื่อใด

          สามารถยื่นแบบคำขอฯ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาได้ที่สถานศึกษาที่สังกัดอยู่ กรณีไม่ได้สังกัดสถานศึกษาให้ยื่นแบบคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณาที่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 สำหรับผู้ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน ต้องแนบแบบคำขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน (มอ. 2) และเอกสารประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมตามที่คุรุสภากำหนด เพื่อดำเนินการตามลำดับต่อไป

          กรณีที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปี 2562 แต่ยังมิได้ยื่นคำขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ ให้มีสิทธิยื่นคำขอในปีนี้ได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ขอรับได้เฉพาะเครื่องหมายเชิดชูเกียรติและประกาศนียบัตรเท่านั้น โดยให้ยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสารที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ตามที่ตั้งสถานศึกษา หรือหน่วยงานที่ท่านเกษียณอายุราชการ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563

          สำหรับวิธีดำเนินการ ให้ปฏิบัติดังนี้

  1. สถานศึกษา รับแบบคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติ และบันทึกข้อมูลของผู้ยื่นคำขอ ในสถานศึกษา ผ่านระบบ KSP School (http://www.ksp.or.th/ksp2018/ksp-school) แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ยื่นคำขอ และจัดส่งบัญชี พร้อมแบบคำขอและเอกสาร ให้หน่วยงานต้นสังกัด ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563
  2. หน่วยงานต้นสังกัด รับแบบคำขอจากสถานศึกษาในสังกัด ตรวจสอบคุณสมบัติ แบบคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาให้เป็นไปตามที่คุรุสภากำหนด แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้มีความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือทางการเงินให้เหลือหน่วยงานละ 1 คน และจัดทำผลการคัดเลือก (แบบ มอ. 3) และบัญชีรายชื่อผู้ยื่นคำขอ ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 กรณี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ส่งบัญชีรายชื่อไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดที่สถานศึกษาตั้งอยู่
  3. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (งานคุรุสภาจังหวัด) รับเอกสารจากหน่วยงานต้นสังกัดในสังกัดจังหวัด และตรวจสอบเอกสาร แล้วบันทึกข้อมูลในระบบ TEPIS แล้วจัดส่งบัญชีรายชื่อพร้อมแบบคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

          ทั้งนี้ มูลนิธิฯ จะประกาศรายชื่อให้เป็นครูอาวุโส ประจำปี 2563 เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และยื่นแบบคำขอ พร้อมเอกสาร ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากส่งเอกสารเพิ่มเติมภายหลังและมีคุณสมบัติครบถ้วน จะนำไปประกาศรายชื่อในปีถัดไป ทั้งนี้ การพิจารณาของคณะกรรมการมูลนิธิช่วยครูอาวุโสฯ ถือเป็นที่สุด

          ในแต่ละปีมีครูอาวุโสที่ได้รับความยากลำบาก สมควรได้รับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก แต่มูลนิธิฯสามารถให้ความช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง คุรุสภาขอเชิญผู้ที่มีความประสงค์ร่วมสมทบทุนมูลนิธิได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “มูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์” ธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงศึกษาธิการ เลขที่บัญชี 059 – 0 – 24478 – 7 พร้อมส่งสำเนาการโอนเงิน ระบุชื่อ – ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ มายังกลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โทร/โทรสาร 0 – 2280 – 4333

          สามารถดาวน์โหลดแบบคำขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโสฯ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามรายละเอียด โทร. 0 2280 4333 และ 0 2304 9899

ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่



 
 
 

กลับไปหน้ารายการข้อมูล กลับไปหน้ารายการข้อมูล


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 25
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 32,450