หอสมุดคุรุสภา
KHURUSAPHA LIBRARY
 
ปฏิทินกิจกรรม
  ก่อนหน้า กันยายน 2562 ก่อนหน้า  ถัดไป
  • อา
  • พฤ
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16
  • 17
  • 18
  • 19
  • 20
  • 21
  • 22
  • 23
  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
 
16 มกราคมวันครูของทุกปี
สถาบันคุรุพัฒนา
การรับรองปริญญา
วารสารวิทยาจารย์
ติดต่อคุรุสภา ในศึกษาธิการจังหวัด
ชำระเงินต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ดาวโหลดแบบฟอร์มดาวน์โหลด
ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
สื่อสารสนเทศกราฟิก
ครูวันดีดอทคอม
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
ครุศาตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ
ครูบ้านนอก
กระทรวงศึกษาธิการ
ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หอสมุดแห่งชาติ
TK park
 

ข่าวสารความเคลื่อนไหวประจำวัน ภายในวงการการศึกษา

นายกฯ ส.บ.ม.ท.จี้ตอบคำถาม ประเด็นคาใจ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา

เมื่อ : 2019-08-20 14:10:07 อ่าน : 1
 

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)
เปิดเผยว่าเมื่อวันท่ี 16 สิงหาคม 2562 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาโดย ดร.สุภัทร จำปาทอง
เลขาธิการสภาการศึกษาและ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ได้จัดให้มี
การทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่จัดทำร่างโดยคณะกรรมการอิสระ
เพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) โดยการจัดทำประชาพิจารณ์ดังกล่าวจัดที่ห้องประชุมสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา การประชุมเพื่อทำการประชาพิจารณ์ครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม
รวมถึงผู้นำองค์กรครูต่างๆและ รศ.นายแพทย์จิรุตน์ ศรรัตนบัลล์ ตัวแทนจาก กอปศ. และผู้สนใจเข้าร่วมประชาพิจารณ์ โดยนายรัชชัยย์ฯได้สอบถาม กอปศ. ผ่านไปทางผู้แทน กอปศ. ที่เข้าร่วมประชุม ในประเด็นต่างๆดังนี้ 1.การเปลี่ยนตำแหน่ง ผอ. เป็น ครูใหญ่ นั้นเปลี่ยนทำไม เปลี่ยนแล้วทำให้
การศึกษาดีขึ้นทันทีหรือไม่ การเปลี่ยนนั้น ได้สอบถามครูแล้วหรือยัง ที่สำคัญคือในอดีตที่ผ่านมา
นั้นตำแหน่งครูใหญ่เป็นตำแหน่งเริ่มต้นของบุคคลที่เข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนครั้งแรก
ความรับผิดชอบงานยังไม่สูงมาก ต่อมาเมื่อมีประสบการณ์ มีผลงาน ก็จะได้รับการพัฒนาและเลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่หรือ ผู้อำนวยการ ตามลำดับ เปรียบเสมือนนายทหารที่เข้าสู่ตำแหน่ง
ครั้งแรกได้รับการบรรจุให้เป็นนายทหารชั้นยศร้อยตรี เมื่อทำงานมีประสบการณ์ มีผลงาน ก็จะได้รับ
การพัฒนาและเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยๆจนถึงเป็นนายทหารชั้นนายพล กรณีนี้หากจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งนายพล ให้กลับมาเป็น ร้อยตรี เช่นเดิม จะทำได้หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้
ตำแหน่งครูใหญ่นั้นก็มิได้เป็นตำแหน่งที่กำหนดไว้ในกฎหมายใดให้เป็นตำแหน่งที่จะได้รับเงิน
วิทยะฐานะ การทำเช่นนี้กับครู ทำได้อย่างไร 2. วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงเช่นเดียวกับวิชาชีพ
แพทย์ วิศวกร สถาปนิกฯลฯ เพราะเป็นวิชาชีพที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถทำได้ยกเว้นผู้ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น เพราะวิชาชีพครูนั้นมิได้เป็นเพียงการสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้เท่านั้น
แต่วิชาชีพครูยังเป็นวิชาชีพที่ครูจะต้องรับผิดชอบไปถึงคุณภาพชีวิตของนักเรียน รับผิดชอบไปถึงครอบครัวของนักเรียน และต้องคอยติดตามช่วยเหลือจนกว่านักเรียนจะประสบความสำเร็จแม้ว่า
จะเรียนจบจากโรงเรียนไปแล้ว ก็ตาม การที่ผู้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ได้ยกเลิก “ใบประกอบวิชาชีพครู” แล้วให้มี “ใบรับรองความเป็นครู “ แทนนั้น เป็นการลดคุณค่าของวิชาชีพครู ไม่เห็น
คุณค่าของวิชาชีพครูทั้งๆที่บรรดาผู้ร่าง พรบ การศึกษาฯฉบับนี้ล้วนแล้วแต่ได้ดีมีความรู้
ความสามารถติดตัวมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะครู การลดคุณค่าของวิชาชีพครูที่เป็นวิชาชีพชั้นสูง
ตัดความเป็นวิชาชีพชั้นสูงไปนั้น มีเหตุผลอะไร นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงจาก “ใบประกอบวิชาชีพครู”เป็น “ใบรับรองความเป็นครู” จะส่งผลทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูจะถูกตัดเงินค่าตอบแทน
เงินวิทยะฐานะ จึงอยากรู้ว่า ทำกับครูเช่นนี้ ทำได้อย่างไร 3. กรณี คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44
มีคำสั่งท่ี 19 ตัดอำนาจการบังคับบัญชาระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา กับ ข้าราชการครูสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ที่เป็นอำนาจในการให้คุณให้โทษไปเป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัดซึ่งเป็นข้าราชการต่างสังกัด นั้นทำไม กอปศ. ไม่แก้ไขเยียวยาเรื่องนี้ทั้งๆท่ี
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ขาดความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง 4. ที่ผ่านมา กอปศ. ทำประชาพิจารณ์
แต่ละครั้ง แต่ไม่เอากฎหมายทั้งฉบับ มาแสดงให้ครูทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง นำเสนอแต่เรื่องกองทุนการศึกษาซึ่งคุณครูก็เห็นด้วย แต่ไปออกข่าวว่าครูส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.
การศึกษาฯนี้ทั้งฉบับ อย่างนี้ก็ทำได้ด้วยหรือ 5. ทำไมต้องเร่งรัดให้ร่าง พรบ การศึกษาฯ
นี้มีผลบังคับใช้อย่างลุกลี้ลุกลน โดยจะให้รัฐออกเป็นพระราชกำหนด ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่ากรณีที่จะออกเป็นพระราชกำหนดได้ นั้นต้องมีเงื่อนไขคือ ประเทศกำลังจะเข้าสู่ภาวะสงคราม
ต้องประกาศสงคราม หากรอให้สภาพิจารณาอนุญาต จะไม่ทันการ หรือกรณีเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาขั้นวิกฤติ จึงต้องให้รัฐซึ่งเป็นฝ่ายบริหารออกกฎหมายเองโดยการตราเป็นพระราชกำหนด
จึงขอถามว่า ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นเป็นตำแหน่งที่ก่อให้เกิดวิกฤติของชาติอย่างรุนแรง
จนถึงขั้นต้องรีบตราเป็นพระราชกำหนดให้เปลี่ยนตำแหน่งเป็น “ครูใหญ่” โดยเร็ว จริงหรือไม่
และการที่ครูมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” ก็เป็นการทำลายระบบการศึกษาจนทำให้ชาติ
บ้านเมืองเสียหายถึงขั้นต้องรีบออกเป็นพระราชกำหนดให้ยกเลิก”ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”
แล้วเปลี่ยนเป็น “ใบรับรองความเป็นครู” นั้น เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ 6.
การบริหารการศึกษาในทุกระดับที่เป็นรูปแบบองค์คณะ ทำไมไม่ให้ครูมีส่วนร่วม คนอื่นๆจะรู้เรื่อง
การศึกษาได้ดีเท่าคนในวงการศึกษาได้อย่างไร ทำไม กอปศ. จึงไม่คิดเรื่องนี้ นายรัชชัยย์ ฯ
ยังได้เปิดเผยอีกว่าการท่ี กอปศ. ทำเช่นนี้จึงทำให้ครูรู้สึกไม่มั่นใจในการที่ กอปศ. จะทำหน้าท่ี
ปฏิรูปการศึกษาอีกต่อไป นอกจากนี้ นายรัชชัยย์ฯ ยังได้ขอให้ผู้ดำเนินการประชุมสอบถามผู้เข้า
ประชุมว่ามีผู้ใดเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับนี้หรือไม่ ปรากฎว่า ไม่มีผู้ใดยกมือ
เห็นด้วย   ขอบคุณข้อมูลจาก นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)
ขอขอบคุณมูลและสามารถอ่านต่อได้ที่
https://www.kroobannok.com/87241


 
 
 

กลับไปหน้ารายการข้อมูล กลับไปหน้ารายการข้อมูล


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 158
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 68,426