วารสารวิทยาจารย์
วารสารเพื่อการพัฒนาวิชาชีพครู
 
ปฏิทินกิจกรรม
  ก่อนหน้า กันยายน 2562 ก่อนหน้า  ถัดไป
  • อา
  • พฤ
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16
  • 17
  • 18
  • 19
  • 20
  • 21
  • 22
  • 23
  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
 
 

ความเป็นมา


“ ธรรมดาว่าวิทยาเป็นทรัพย์
ซึ่งเป็นรูปธรรมปกป้องคุ้มครองนรชนอย่างยิ่ง
วิทยาก่อให้เกิดโภค ก่อให้เกิดยศและความสุข
วิทยาเป็นครูของครูทั้งหลาย
วิทยาเป็นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์
วิทยาเป็นสิ่งมีค่าสูงยิ่งในการเดินทางไปต่างแดน
วิทยาพระราชาทรงยกย่องสรรเสริญ
วิทยาเป็นทรัพย์ที่ไม่เสื่อมสลายได้ง่ายดาย ”

   
ที่กล่าวมา คือคำแปลจากคำสันสกฤต
ที่ตีพิมพ์ลงหน้าปก หนังสือพิมพ์วิทยาจารย์
ฉบับปฐมฤกษ์ ปี พ.ศ. 2443  ที่บอกถึง
ความสำคัญของงานการศึกษาว่า เป็นทรัพย์
ที่มีค่าสูงยิ่ง และเป็นทรัพย์ที่ไม่สูญสลาย
 

 

เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน  การที่จะหาหนังสือตำราสักเล่ม เพื่อศึกษาหาความรู้ ดูเป็นเรื่องลำบากและยากยิ่ง โดยเฉพาะหนังสือตำราในวงการครูดูเหมือนจะมี วารสารวิทยาจารย์เพียงเล่มเดียวเท่านั้นที่จัดพิมพ์ ขึ้นให้ครูได้ศึกษาหาความรู้และอ่านข่าวสารทางราชการ วิทยาจารย์เป็นวารสารของวิชาชีพครูฉบับแรกของประเทศไทย ดำเนินงานโดยคุรุสภาซึ่งเป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเป็นเจ้าของและผู้พิมพ์โฆษณา หากย้อนไปในอดีตความเป็นมาของวารสารวิทยาจารย์ จะเห็นว่า วารสารเล่มนี้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ และสามารถแบ่งวิวัฒนาการของวิทยาจารย์ออกได้เป็นสามยุค คือ

 

 

ยุคถือกำเนิด

วารสารวิทยาจารย์ในสมัยแรกเริ่ม เรียกว่า “หนังสือพิมพ์วิทยาจารย์”   เกิดขึ้นจากการที่คณะครู และนักเรียนโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ได้หารือกันในกลุ่มเล็กๆ ว่าเป็นการสมควรที่จะมีวารสารทางการศึกษาขึ้นมาสักฉบับหนึ่ง เพื่อเป็นเวทีในการแสดงออกทางวิชาการในหมู่อาจารย์และ ผู้ที่เตรียมตัวที่จะเป็นครูและอาจารย์ในอนาคต เพื่อจะได้ทราบข่าวความเคลื่อนไหวทางการศึกษา วิทยาการใหม่ๆ  กฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่จำเป็น ต่อการปฏิบัติงาน   พร้อมทั้งสรรพวิชาทั้งมวล ที่สมควร จะได้เผยแพร่ให้ได้ทรายกันอย่างทั่วถึง

วิทยาจารย์ฉบับปฐมฤกษ์ซึ่งมีโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เป็นเจ้าของ ได้ตีพิมพ์ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ร.ศ.119 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ.2443 นับเป็นปีที่ 33 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีกำหนดออกปีละ 1 เล่ม โดยการทยอยออกเป็นตอน ๆ จำนวน 12 ตอน หรือเดือนละ 1 ตอน แต่ละตอนบรรจุเนื้อหาไว้ประมาณ 40 หน้า จัดพิมพ์เรียงหน้า ติดต่อกัน กล่าวคือ ตอนที่ 1 เริ่มจากหน้าที่ 1 ถึงหน้าที่ 40 ตอนที่ 2 ริ่มจากหน้าที่ 41 ถึงหน้าที่ 80 ต่อกันจนครบ 12 ตอน  โดยหนังสือวิทยาจารย์เล่มแรกมีจำนวนทั้งหมด 471 หน้า และเมื่อเริ่มปีใหม่ก็จะเริ่มหน้า 1 ใหม่ แต่บางปีออกเป็น 24 ตอนก็มีปรากฏ ดังนั้น จำนวนหน้าที่พิมพ์จึงขึ้นอยู่กับ เรื่องราวที่จะนำเสนอว่า มีมากหรือน้อยเพียงใด เช่นเล่มที่ 15 พ.ศ. 2457 ถึง 2458 มี 24 ตอนจำนวน 1,189 หน้า หรือเล่มที่ 19 พ.ศ. 2461ถึง 2462 มี 24 ตอน จำนวน 1,961 หน้า เป็นต้น
 

      ขนาดและรูปเล่มของวารสารวิทยาจารย์ในสมัยแรก พิมพ์ด้วยกระดาษปรู๊ฟบนแท่นพิมพ์ระบบ letterpress ที่ใช้กับตัวอักษรตะกั่วในการเรียงพิมพ์ ซึ่งในภาษา การพิมพ์เรียกว่าแท่นจับแกระ พิมพ์ที่โรงพิมพ์สรรพกิตย์ธนากร คราวแรกพิมพ์ 500 ฉบับ หนังสือมีขนาด 6 x 8.5 นิ้ว เข้าเล่มแบบเย็บอกหรือเย็บมุมหลังคา ไม่มีปกเหมือน วารสารในสมัยปัจจุบัน จำหน่ายราคาเล่มละ 48 อัฐ หรือ 72 สตางค์  ให้แก่ผู้ที่เป็นสมาชิกเท่านั้น ผู้ที่ชำระเงินแล้วจะได้รับ “วิทยาจารย์” เป็นประจำ ติดต่อกันจนครบทุกตอน 

     
     ต่อมา “วิทยาจารย์ ” ได้พัฒนาตังเองมากขึ้นตามลำดับ ทัดเทียมกับวารสารอื่นๆ ในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น “ข่าวอำเภอ” ซึ่งออกโดยกรมอำเภอ หรือ “สยามประเภท สุนทโรวาทพิเศษ ” ที่เป็นวารสารรุ่นพี่ที่ออกเล่มแรก เมื่อ ร.ศ. 116 โดย กศร. กุหลาบ  ซึ่งวิทยาจารย์ได้มีการ เพิ่มหน้า  เพิ่มปก และจัดทำดัชนีท้ายเล่ม เพื่อสะดวก ในการศึกษาค้นคว้า พร้อมกับปรับปรุงรูปแบบของตัวเรียง ให้สวยงามน่าอ่าน น่าสนใจมากขึ้น ข้อความใดที่จำเป็น ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ก็มีการเรียงภาษาอังกฤษแทรกเข้าไป ให้ครบถ้วนตามต้นฉบับของผู้เขียน บางเล่มมีภาพประกอบ เป็นบล็อกไม้ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นบล็อกตะกั่ว ทำให้ภาพ ชัดเจนยิ่งขึ้น   นอกจากนั้นยังได้ปรับปรุงโครงสร้าง ของวารสารโดยนำ ประกาศ คำสั่ง สถิติทางหางการศึกษา การถามตอบปัญหาข้อราชการ และเรื่องชวนหัวขำขัน เข้ามาลงพิมพ์ไว้อีกด้วย ทำให้ “วิทยาจารย์” ที่เคยเป็นวารสาร กระด้างๆ ขาดชีวิตชีวา กลายเป็นวารสารที่มีความน่ารัก น่าชัง น่าอ่าน และน่าเก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอมเพื่อการ ศึกษาค้นคว้าตามแต่โอกาส 

 

ยุคพัฒนา 

เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 
ทำให้มีสภาของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
เกิดขึ้นตามกฎหมาย เรียกว่า “คุรุสภา” ได้มีการโอน
กิจการของสามัคยาจารย์มาเป็นของคุรุสภา  วารสารวิทยาจารย์
ซึ่งเป็นวารสารของสามัคยาจารย์ในระยะนั้น จึงได้โอนมาเป็นของ
คุรุสภาด้วย  ประกอบกับได้มีการจัดตั้งโรงพิมพ์คุรุสภาขึ้น
โดยพัฒนามาจากโรงพิมพ์วัดสังเวช ที่สามัคยาจารย์สมาคม
ได้ริเริ่มก่อตั้งไว้ตั้งแต่  พ.ศ. 2480 ทำให้รูปโฉมของ
วิทยาจารย์ปรับเข้าสู่ความทันสมัยมากขึ้นเป็นลำดับ
ต่อมาเมื่อโรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าวเติบใหญ่ขึ้นจนเป็นโรงพิมพ์
ทันสมัยที่สุดในเอเชียอาคเนย์  ซึ่งตอนนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลง
ระบบการพิมพ์จากแท่นเรียง มาเป็นระบบ offset เป็นครั้งแรก
พร้อมกับได้นำระบบกระดาษมาตรฐานสากลมาใช้
อักษรและภาพที่พิมพ์ก็เปลี่ยนจากบล็อกตะกั่วมาเป็น
เพลทสังกะสี   ทำให้ “วิทยาจารย์” ได้รับการพัฒนา
ตามความเจริญของระบบการพิมพ์ดังกล่าวในเวลาต่อมา

      ความยากของการจัดพิมพ์หนังสืออยู่ที่การทำต้นฉบับ การพิมพ์โดยใช้เพลทแม่พิมพ์ ที่ต้องการห้องมืดและ สารเคมีต่างๆ ในการจัดทำ ทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งมีผลกระทบต่อวิทยาจารย์โดยตรง  นั้นคือไม่สามารถ ออกได้ทันตามกำหนดในแต่ละเดือนเป็นเหตุให้สมาชิก วิทยาจารย์ลดน้อยลง ประกอบกับราคากระดาษแพงขึ้นทุกปี ในที่สุดวิทยาจารย์ต้องงดการจัดพิมพ์ไปบ้างในบางเดือน ตามความจำเป็น 
     ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 คณะกรรมการการอำนวยการคุรุสภาได้มีมติให้องค์การค้าของคุรุสภาดำเนินการจัดพิมพ์วิทยาจารย์ต่อจากคุรุสภา ซึ่งองค์การค้าได้รับงานวิทยาจารย์ไปดำเนินการโดยจัดพิมพ์เผยแพร่ไปให้แก่โรงเรียนต่างๆ โรงเรียนละ 1 เล่มพร้อมกับได้จัดให้มีระบบการบอกรับเป็นสมาชิกวารสารควบคู่กันไปด้วย  
ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ทำหน้าที่ด้านวิชาการ  ซึ่งมตินี้ทำให้ “วิทยาจารย์” ยังคงสภาพเป็น“วิทยาจารย์” วารสารที่เก่าแก่ของวงการครูตลอดมา

ยุคปฏิรูป 

เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 81 ที่ระบุบให้มีการตรากฎหมายการศึกษาขึ้น ทำให้ก่อกำเนิดกฎหมายแม่บทของการปฏิรูปการศึกษาขึ้นฉบับหนึ่ง นั่นคือพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีการตรากฎหมายประกอบเกี่ยวกับวิชาชีพครูขึ้นด้วย  ดังนั้น ระยะต่อมาจึงได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546  มีการปฏิรูปองค์กรคุรุสภาที่วิทยาจารย์เคยอยู่ด้วยมานานเกินศตวรรษ   วิทยาจารย์จึงได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   กล่าวคือคณะกรรมการคุรุสภาได้มีมติให้โอนกิจการของวิทยาจารย์จากองค์การค้า กลับมายังคุรุสภา ซึ่งเป็นสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จัดตั้งขึ้นใหม่  วิทยาจารย์จึงได้กลับมาอยู่ที่คุรุสภาตามเดิม  และได้เมีการจัดพิมพ์วารสารวิทยาจารย์ฉบับปฏิรูปใหม่ฉบับแรกตั้งแต่ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นมา


การปฏิรูปวารสารวิทยาจารย์ในครั้งนี้ เป็นการปฏิรูปตัวเองครั้งใหญ่
รูปเล่มมีขนาดใหญ่ขึ้น คือขนาดเล่ม 21 X 29.7 ซ.ม. ปกพิมพ์สี่สี
สวยงามภายในพิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ทั้งสีขาวทั้งขาวดำและสี่สี
ตลอดเล่ม   ด้วยความเป็นมาตรฐานที่ดีของวารสารเช่นนี้ ส่งผลให้
นักวิชาการ  นักคิด นักเขียน และนักวิจารญ์ หลากหลายส่งบทความ
ลงตีพิมพ์กว้างขวางขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  ซึ่งสำนักงาน
เลขาธิการคุรุสภาในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการจัดทำวารสารวิทยาจารย์
ได้ยืนหยัดถึงเจตารมณ์ในการสานต่อของผู้ก่อตั้งวารสารวิทยาจารย์
ที่มุ่งมั่นจะให้วิทยาจารย์ เป็นสื่อกลาง   เป็นสนามเผยแพร่ความรู้ในวงการ
วิชาชีพครูและเป็นสื่อสะท้อนแนวความคิดของครูอาจารย์ นักวิชาการ
นักการศึกษา สู่สังคมความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ อันเป็นการส่งเสริม
ผดุงเกียรติไว้ซึ่งวิชาชีพครู

   


 















 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 22
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 42,431