ครูอาวุโส
สภาครูและบุคลกรทางการศึกษา
 
ปฏิทินกิจกรรม
  ก่อนหน้า พฤษภาคม 2560 ก่อนหน้า  ถัดไป
  • อา
  • พฤ
  •  
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16
  • 17
  • 18
  • 19
  • 20
  • 21
  • 22
  • 23
  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  • 31
  •  
  •  
  •  
 
 

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา


ครูเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนของชาติ ครูต้องเสียสละเพื่อความสำเร็จ ความก้าวหน้า และความสุขของผู้อื่นตลอดเวลาที่ประกอบวิชาชีพ รวมทั้งยอมเสียสละความสุขและประโยชน์ส่วนตัว เพื่อทำหน้าที่ครูอย่างแท้จริง
ด้วยความสำคัญดังกล่าวในการประชุมสามัญคุรุสภา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้มีมติให้คุรุสภาหาทางช่วยเหลือครูที่ได้อุทิศชีวิตจิตใจให้แก่การเป็นครูตลอดมาจนอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ที่เกษียณอายุออกจากราชการหรือพ้นจากหน้าที่การสอนไปแล้ว ซึ่งครูเหล่านี้ บางคนในบั้นปลายของชีวิตได้รับความลำบากยากแค้นขาดผู้อุปการะ เงินบำเหน็จบำนาญที่ได้รับไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการครองชีพ จึงควรหาวิธีช่วยเหลือครูประเภทดังกล่าวด้วยการจัดตั้งเป็นองค์การเช่นเดียวกับการจัดตั้งองค์การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภาผู้ถึงแก่กรรม (ช.พ.ค.)

นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคุรุสภา มีความเห็นว่า หากจัดตั้งเป็นมูลนิธิช่วยครูอาวุโสขึ้นแล้ว คงจะมีทางทำให้การยกย่องและสงเคราะห์สำเร็จ และมั่นคงสืบไป จึงนำความเรื่องนี้ขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานเงินทุนเป็นประเดิมในการก่อตั้งมูลนิธิจำนวนหนึ่ง ต่อมาราชเลขาธิการ (หม่อมเจ้าวงศานุวัตร เทวกุล) ได้แจ้งว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริที่จะพระราชทานเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทเป็นทุนประเดิมแก่มูลนิธิช่วยครูอาวุโสในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๙

เมื่อได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาจึงดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นชื่อว่า “มูลนิธิช่วยครูอาวุโส” พร้อมทั้งมีมติจัดสรรเงิน ช.พ.ค. ของคุรุสภาส่วนกลางสมทบเป็นเงิน ๒ ล้านบาท มูลนิธินี้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๐๙ และนอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับมูลนิธิไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย

การดำเนินการช่วยเหลือครูอาวุโสตามข้อบังคับของมูลนิธิ จำเป็นต้องมีทุนมากพอสมควรเพื่อนำไปหาดอกผลสำหรับจ่ายช่วยเหลือครูอาวุโส ที่ประชุมสามัญประจำปี ๒๕๐๙ มีมติให้คุรุสภามอบเงินที่มีผู้อุทิศส่วนกุศลให้แก่บูรพาจารย์ สร้างอนุสรณ์ในงานวันครู พ.ศ. ๒๕๑๐ ของจังหวัดต่างๆ ให้แก่มูลนิธิช่วยครูอาวุโสทั้งหมดเพื่อสมทบทุนพระราชทาน

การให้ความช่วยเหลือสมาชิกคุรุสภาตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ได้ยึดหลักสำคัญคือ ครูทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ครูสืบต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี จนอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ เป็นผู้มีประวัติชีวิตการงานดีตลอดมา มีความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีตามจารีตของครู และไม่เคยมีความผิดใดๆ จะได้รับการพิจารณาเป็นครูอาวุโสตามหลักของมูลนิธิ ทั้งนี้ ไม่ว่าครูอาวุโสนั้นจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ก็ตาม มูลนิธิจะมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติให้ทุกท่านเป็นการยกย่องคุณงามความดีที่ได้ปฏิบัติมาแล้วแต่หนหลัง หากปรากฏว่าครูอาวุโสคนใดประสบความยากจนคับแค้นจริงๆ หรือขาดผู้อุปการะในบั้นปลายของชีวิต มูลนิธิจะได้มอบเงินจำนวน ๘,๐๐๐ บาท ให้เป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ ซึ่งเงินนี้ได้เพิ่มจำนวนเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๓๗ และเพิ่มจำนวนเป็น ๒๐,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๔๐ ส่วนจำนวนการช่วยเหลือในแต่ละปีจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินผลประโยชน์ที่มูลนิธิจะได้รับจากเงินทุนในแต่ละปี

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อครูอาวุโสอย่างสูงยิ่ง โดยให้คุรุสภาและคณะกรรมการมูลนิธิฯ นำคณะครูอาวุโสเข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่มูลนิธิเริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบัน โดยในปีแรกได้โปรดเกล้าฯ ให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการมูลนิธิ นำครูอาวุโส ประจำปี ๒๕๑๐ จำนวน ๖๕ คน เข้าเฝ้าฯ ในวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๑๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 44
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 100,452